ประวัติความเป็นมาของ E- MagaZine (นิตสารออนไลน์ )
ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมด้านซอร์ฟแวร์ (Software) ทำให้มีการประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาโปรแกรมใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังได้มีการพัฒนาแบบต่อยอด กล่าวคือ เป็นการพัฒนาที่ไม่ได้เริ่มต้นจากจุดแรกแต่เป็นการพัฒนาที่นำเอาผลหรือจากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาต่อและเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น ทั้งนี้จะได้ผลเป็นนวัตกรรมชิ้นใหม่ออกมา เช่นเดียวกันกับการพัฒนาโปรแกรม Word to Flippingbook ซึ่งเป็นโปรแกรมลิขสิทธิ์ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Flippagemakerจำกัด โดยแนวทางพัฒนาโปรแกรมคือ เป็นการนำเอาไฟล์ Word มาเข้ากระบวนการด้วยโปรแกรมเพื่อเปลี่ยนรูปร่างใหม่กลายเป็น e-Books , e-Magazine
e-Books , e-Magazine จึงเป็นสื่อที่มีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคสื่อได้เปลี่ยนแปลงไป เช่น การเข้าถึงระบบอินเตอร์เนตที่ง่ายขึ้น รวมทั้งฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์มีราคาที่ต่ำลง และด้วยความสะดวกในการใช้งานของ e-Magazine ในการเปิดพลิกหน้ากระดาษโดยการใช้ Mouse หรือ Keyboard เป็นตัวควบคุม มีปุ่มคำสั่งให้กดควบคุมเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมด้านการพัฒนาโปรแกรมยุคใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตเอกสาร หนังสือ หรือตำราอิเล็กทรอนิกส์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
เมื่อเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์พัฒนาจนสามารถสร้างนิตยสารออนไลน์ได้ง่ายขึ้น บวกกับโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รูปแบบของนิตยสารออนไลน์จึงมีหลากหลายกว่าเดิม ทั้งในรูปแบบในการนำเสนอที่เป็นการเปิดหน้ากระดาษคล้ายหนังสือจริง (Flip page) สร้างขึ้นโดยโปรแกรม อะโดบี แฟลช หรือในรูปแบบไฟล์ โดยผู้อ่านจะต้องดาวน์โหลดไฟล์ของนิตยสารออนไลน์ลงมาไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์และเปิดอ่าน ซึ่งขนาดไฟล์มีตั้งแต่ไฟล์เล็กๆไปจนถึงขนาดหลายร้อยเม็กกะไบต์
วิวัฒนาการ E-Magazine ในประเทศไทย
ในประเทศไทยยุคของ e-Magazine เริ่มจากการปรากฏโฉมของ มินิซีดี PC Magazine 2000 ในนิตยสาร PC Magazine ปี 2543 มาบันทึกไว้ในแผ่นมินิซีดี ที่มีชื่อว่า "PC Magazine 2000" ซึ่งมีขนาดเพียง 3" ทำให้คุณสามารถพกพา PC Magazine ทั้ง 12 เล่มไปอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ว่าการอ่านในช่วงเวลานั้นจะยุ่งยากกว่าสมัยปัจจุบันบ้าง เพราะตัวนิตยสารอยู่ในรูปแบบของมินิซีดี ภายในบรรจุไฟล์บทความที่เป็นฟอร์แมต PDF หรือ Acrobat พร้อมผู้ใช้งานต้องมีโปรแกรม Acrobat Reader ในการอ่านไฟล์ของนิตยสารด้วย
ที่แตกต่างจากในปัจจุบันที่นิตยสารออนไลน์หรือ e-Magazine ที่ผู้บริโภคเริ่มเข้าถึงเทคโนโลยีที่มากขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มือถือ คอมพิวเตอร์ มีราคาที่ถูกลงในการเป็นเจ้าของ ตลอดจนบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศไทยก็มีการปรับตัวเข้าสู่การเป็นนิตยสารออนไลน์กันมากขึ้น เช่น นิตยสารอสท. Maxim เป็นต้น โดยเมื่อจัดทำแล้วจัดเก็บในรูปแบบของไฟล์ข้อมูล และฝากในเว็ปไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระในนิตยสารนั้นๆ ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด e –Magazine มาอ่านได้อย่างฟรีและสะดวก เช่นในสมาร์ทโฟนชั้นนำ แท็ปเลต และคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเจาะตลาดไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่
PC Magazine ฉบับที่ 27 เมษายน 2544
จุดเด่นของ e –Magazine
ข้อดีของ e –Magazine อีกหลายประการ เช่น ผลิตได้ง่าย สะดวก ปรับปรุงได้ตลอดเวลา มีต้นทุนการผลิตต่ำ ไม่เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บเอกสาร ทำสำเนาเอกสารได้ง่าย สามารถนำเสนอผ่านสื่อได้หลายช่องทาง การส่งผ่านถึงผู้รับโดยตรงทาง e-mail หรือ ผ่าน Social Network การเผยแพร่ออนไลน์บนเว็บ เปิดชมได้บน iPad, iPhone, iPod Touch, Samsung Galaxy Tab บันทึกลงบนแผ่น CD เพื่อเปิดชมแบบออฟไลน์ สามารถสร้างรายได้ของนิตยสารจะมาจากการขายหน้าโฆษณาออนไลน์ให้กับสินค้าต่างๆ และความสำคัญอีกประการหนึ่งคือเป็นวิธีการผลิตหนังสือหรือตำราสมัยใหม่ที่ไม่ใช้กระดาษ ช่วยลดสภาวะการตัดไม้ทำลายป่าและภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี
ความแตกต่างระหว่างนิตยสารฉบับกระดาษกับนิตยสารออนไลน์
ข้อแตกต่างระหว่างนิตยสารฉบับกระดาษกับนิตยสารออนไลน์คือ เทคนิคในการนำเสนอ ซึ่งนิตยสารออนไลน์จะใช้การออกแบบจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่มีเสียง ภาพเคลื่อนไหว และสามารถย่อขยายหน้า ตลอดจนเพิ่มการสืบค้น การลิงก์หัวข้อที่เกี่ยวข้อง ต่อเชื่อมกัน การ Navigate ข้ามบทความ หรือการพลิกอ่านข้อความต่างๆที่สอดคล้อง บางฉบับมีครบทุกอย่าง บางฉบับมีแค่ข้อใดข้อหนึ่ง
ถ้าหากนิตยสารออนไลน์ฉบับนั้นมีครบก็ทำให้ผู้เข้าอ่านสะดวกมากขึ้น และเป็นการดึงกลุ่มคนอ่านให้เข้ามาอ่านมากขึ้น แต่เทคนิคในการพิมพ์หนังสือ ซึ่งก็คือ การเขียนโปรแกรม ก็ต้องสูงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในตอนเริ่มต้นของนิตยสาร โดยส่วนใหญ่จะไม่มีลักษณะดังกล่าว ซึ่งง่ายสำหรับการเริ่มต้นและการทดสอบการยอมรับของผู้อ่าน เมื่อเริ่มต้นออกนิตยสารออนไลน์ ประเด็นสำคัญคือ Content is gold "เนื้อหาสาระคือทอง"ที่จะมัดใจและสร้างความภักดีต่อผู้บริโภคได้
ตลาดอีบุ๊ก-อีแมกกาซีนในต่างประเทศ
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนน่าจะมาจากยอดขายอีบุ๊ก แมกกาซีนของเว็บขายหนังสือ ชื่อดังอย่าง Amazon.com ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายหนังสือกับอีบุ๊กอีแมกกาซีนอย่างละครึ่ง รวมไปถึงยอดขาย คินเดล (Kindel) เครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของค่าย Amazon ที่คาดว่าจะทะลุ 10 ล้านเครื่องในปีนี้ ด้วยความร้อนแรงของตลาดอีบุ๊กอีแมกกาซีนเริ่มเพิ่มขึ้นอีก เมื่อยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิล ส่ง ไอแพด (iPad) ออกสู่ตลาดเครื่องลูกผสมระหว่างเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเล่นเกม เพลงและอินเทอร์เน็ตด้วยยอดขาย 3 แสนเครื่องในวันแรกที่เปิดตัว การที่แอปเปิลส่งไอแพดมาลงตลาดถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมสื่ออีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ทำให้อุตสาหกรรมเพลงสั่นสะเทือนมาแล้ว การบุกตลาดสื่อสิ่งพิมพ์ครั้งนี้ แอปเปิลได้เปิด ร้านขาย Contents ออนไลน์ในแบบ ที่ตนถนัดขึ้นมาเช่นเคย โดยให้ชื่อว่า “ไอบุ๊กสโตร์” และทำการจัดหาหนังสือป้อนให้กับเครื่องไอแพดโดยเฉพาะ ซึ่งในช่วงแรกที่ได้ดึงสำนักพิมพ์ใหญ่รวมถึงหนังสือชื่อดังมาไว้บน “ไอบุ๊ก- สโตร์” ไม่ว่าจะเป็น Penguin Books, Harper Collins, Simon & Schuster Macmillan Publishers, Hachette Book Group USA หรือจะเป็นหนังสือพิมพ์อย่าง Wall Street Journal และ New York Times เป็นต้น
ตลาดอีบุ๊ก,อีแมกกาซีนในเมืองไทย
ในเมืองไทยตลาดอีบุ๊กอีแมกกาซีนกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากกระแสอีบุ๊ก อีแมกกาซีนในต่างประเทศมีทิศทางที่เติบโตอย่างมากใน 1-2 ปีที่ผ่านมา และกูรูด้านเทคโนโลยีต่างพาออกมาแสดงความ คิดเห็นถึงอีบุ๊กว่า อีกไม่นานจะกลายเป็นพระเอกในโลกดิจิตอลแน่นอน
จากกระแสดังกล่าว ทำให้ ทรู ดิจิตอล คอนเทนต์ แอนด์ มีเดีย บริษัทในกลุ่มของ ทรู ได้ทำการเปิดตัวเว็บไซต์ Truebookstore.com โดยร่วมมือ กับสำนักพิมพ์หลายแห่ง ถือเป็นคลังหนังสือดิจิตอลที่สามารถโหลดคอนเทนต์ออกมาไว้บนอีบุ๊ก เจ้าแรกของไทย ซึ่งได้ทำการตลาดร่วมกับเบ็นคิวในการออกเครื่อง อี-รีดเดอร์ “BenQ E-reader N60” ที่รองรับภาษาไทยเป็นเครื่องแรกในขณะนี้
โดยเว็บไซต์นี้มีอีบุ๊กให้บริการมากกว่า 1,000 เล่มจากสำนักพิมพ์ต่างๆ กว่า 20 แห่งที่เข้าร่วมในช่วงแรก ได้แก่ นานมี บุ๊ก พับลิเคชั่นส์, วิบูลย์กิจ, ลีลาบุ๊ก, สถาพรบุ๊กส์, แสงดาว, แบร์ พับลิชชิ่ง,บิสซี่เดย์, บุ๊กสไมล์, ฟิวเจอร์เกมเมอร์, ทิบ ไทย อินเตอร์ บุ๊ก, มาร์เก็ตเทียร์, โพรวิชั่น, เคล็ดไทย, ดีเอ็มจี และประพันธ์-สาส์น รวมถึงผลงานจากนักเขียนอิสระด้วย
ด้วยจุดเด่นของอีบุ๊กและเทรนด์ การอ่านรูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรงทั่วโลก ทรูได้ออกมาประกาศถึงความมั่นใจว่า ภายในสิ้นปีนี้ True Digital Book Store แห่งนี้จะก้าวเป็นคลังหนังสือดิจิตอล ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย เพราะทรูมีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี บริหารจัดการ และระบบการชำระเงินที่ครบวงจร
สำนักพิมพ์และนักเขียนกับปรับตัวสู่ยุคออนไลน์
ปัจจุบันนี้คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือในแต่ละวันลดลงเรื่อยๆ และถือว่าต่ำมาก เพราะขณะนี้ได้มีการสำรวจพบว่า คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 2 เล่ม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์มีการอ่านหนังสือ 40-50 เล่มต่อปี หรือเวียดนาม 60 เล่มต่อปี การที่มีสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออกมานั้นถือเป็นเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีไปในทางที่ดี
อาจจะทำให้คนสนใจหันมาอ่านหนังสือมากขึ้น
เมื่อมองถึงข้อดีของเทคโนโลยี “อีบุ๊กอีแมกกาซีน” ที่ทำให้นักอ่านตาโตที่มองว่าต่อไปสามารถ แชร์กันอ่านได้กับเพื่อน และสามารถ อ่านได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะจากโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ อี-รีดเดอร์ แต่ข้อดีต่างๆ เหล่านี้อาจกลายเป็นผลกระทบต่อนักเขียนได้ เนื่องจากรายได้ ของนักเขียนจะมาจากเปอร์เซ็นต์ของ ยอดขาย ซึ่งหากผู้ให้บริการดาวน์โหลด อีบุ๊กไม่มีกฎเกณฑ์ในการบริหารจัดการจะทำให้กระทบถึงยอดขาย และยังมีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จากการ ดาวน์โหลดอ่านฟรีจากโปรแกรมประเภทBit Torrent โดยปัญหานี้เป็นเรื่องที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญอยู่ ซึ่งต้องปลูกฝังค่านิยมให้แก่ผู้อ่าน รวมถึงต้องมีการตกลงเรื่องค่าลิขสิทธิ์ให้ถูกต้องและการทำข้อตกลง เพื่อให้เข้าใจทั้ง สองฝ่าย
เห็นได้ว่า กระแสที่กำลังเข้ามาของอีบุ๊ก อีแมกกาซีน อาจเกิดทั้งในด้านบวกและด้านลบได้ คือ ในส่วนของด้านบวก ผู้อ่านได้รับประโยชน์จากราคาหนังสือที่ถูกลง พกพาง่าย ซึ่ง ส่วนนี้ช่วยขยายฐานคนอ่าน ขณะเดียวกัน นักเขียนหน้าใหม่ก็จะเกิดได้ง่ายขึ้น แต่ในส่วนด้านลบคือ เรื่องของยอดขาย การละเมิดลิขสิทธิ์ และการทำธุรกิจในปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนจากหน้ามือ เป็นหลังมือ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจสำนักพิมพ์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือในการ เตรียมบิสซิเนสโมเดลสำหรับเทรนด์ใหม่ นี้เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ต่อไปและเอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ด้วยแท้จริง
แนวโน้มของนิตยสารออนไลน์
ปัจจุบันมีผลวิจัยของวัยรุ่นไทยมากมายต่อไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในประเทศไทย อันส่งผลถึงการเติบโตของสื่อออนไลน์ทั้งหลาย รวมถึงนิตยสารออนไลน์หรือ E-Magazine เช่นงานวิจัยในการใช้เวลาอยู่กับสื่อต่างๆ ต่อวัน มากกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียแปซิฟิก สื่อ เวลาที่วัยรุ่นไทยใช้ (ชั่วโมง) เวลาเฉลี่ยของเอเชียแปซิฟิก (ชั่วโมง)
ซึ่งพบว่ากลุ่มวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่บริโภคสื่อทางอินเตอร์เนตมากขึ้น และเริ่มมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องมีการแข่งขันกันสูง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เร่งรีบด้วยกันทั้งหมด ตลอดจนอัตราความคลั่งไคล้เทคโนโลยีในการถือครองเป็นเจ้าของอุปกรณ์ไฮเทคในประเภทต่างๆ ของคนไทย พบว่าคนไทยเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือเพิ่มสูงขึ้น รองลงมาเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และเครื่องเล่น MP3 อย่าง iPod และมีแนวโน้มที่คนไทยจะเป็นเจ้าของอุปกรณ์ไฮเทคที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากราคาอุปกรณ์ไฮเทคที่มีการแข่งขันกันสูงก็ทำให้ราคาฮาร์ดแวร์ลดต่ำลง
ที่มาจากนิตยสาร MBA ฉบับที่ 146 มิถุนายน 2554 หน้า 61.
จึงปฎิเสธไม่ได้ว่ายุคดิจิตอลของไทย เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในประเทศไทย และต้องจับตาเทรนด์ E-Books หรือ E-Magazine ที่ทวีความรุนแรง ส่งแรงกระเพื่อมไปยังสื่อแมกกาซีนและหนังสือพิมพ์พลิกโฉมไปสู่ Digital Magazine เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์เซกเมนต์คนรุ่นใหม่เฉพาะกลุ่ม ด้วยไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป หันมานิยมในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น ประกอบกับการเติบโตมือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวไม่หยุดนิ่ง ล้วนเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้อีบุ๊ก กลายเป็นสื่อที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ผลิตในวงการสื่อสิ่งพิมพ์อย่าง แมกกาซีน หนังสือพิมพ์ และพ็อกเกตบุ๊ก ต่างพาเหรดลงสู่สนามสื่อใหม่นี้กันถ้วนหน้า
แต่ต้องยอมรับนิตยสารออนไลน์ยังไม่แมสมากมายนัก ซึ่งคงต้องรอปัจจัยตอบรับจากการเข้าถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้บริโภค โดยอาจต้องรอราคาเครื่องถูกกว่านี้ โดยวงการสิ่งพิมพ์ชี้บทบาทของ E-Magazine เป็นสื่อทางเลือกใหม่ที่ต้องเติบโตแบบคู่ขนานไปพร้อมกับพรินต์ แมกกาซีน ส่วนพ็อกเกตบุ๊กยังไม่กระทบ เพราะต้องรอเวลาอีก 3-5 ปี
สอดคล้องกับมุมมองของ อุปนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ & ผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย วรพันธ์ โลกิตสถาพร บอกกับเราว่า เนื่องจากไลฟ์สไตล์คนไทยปัจจุบันเปลี่ยนแปลงหันไปนิยมในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บุ๊กเพิ่มมากขึ้น ที่มีจุดเด่นคือ ความสะดวก ส่งผลให้กระแส E-books หรือ Electronic Books ได้รับการตอบรับมากขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ ส่งผลกระทบต่อสื่อหลัก อาทิ สื่อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร จำเป็นต้องปรับตัวไปสู่รูปลักษณ์ใหม่ในแนวทางนี้มากขึ้น ขณะที่พ็อกเกตบุ๊กนั้นยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจนนัก เพราะยังไม่ถึงเวลา โดยต้องอาศัยเวลาอีกระยะหนึ่ง
ตอนนี้ชัดเจนขึ้นว่ากระแสอีบุ๊กมาแรง โดยเฉพาะวงการสื่อแมกกาซีนมีการตอบรับมากขึ้น โดยผู้ผลิตเนื้อหาหลายรายได้เคลื่อนไหวเดินหน้าสู่ตลาดนี้กันบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากสื่อแมกกาซีนเป็นสื่อที่บุกเบิกสิ่งใหม่ๆ อีกทั้งคอนเทนต์มักมีเนื้อหาสั้นๆ และรูปนำเสนอจำนวนมาก ดังนั้น หากอ่านในรูปของอีบุ๊กจะเกิดความสะดวกมากกว่า เพราะไม่ต้องอ่านยาว ทำให้เสพอ่านง่ายกว่า”
“แม้ E-Book หรือ E-Magazine จะแจ้งเกิดในตลาด แต่ก็เติบโตกับเฉพาะกลุ่มเท่านั้น โดยตอบรับได้ดีจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น คนทำงาน แต่สำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ และคนทั่วไปต้องใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่คุ้นเคยกับอีบุ๊กมาบ้าง ก็มีการดาวน์โหลดแมกกาซีนมาอ่านบ้าง ขณะที่ราคาของแมกกาซีนพรินต์และแบบอิเล็กทรอนิกส์ฟอร์มแตกต่างกัน โดยประเภทอีบุ๊กมีราคาถูกกว่า เพราะสามารถหาซื้อได้ด้วยการดาวน์โหลด ไม่ต้องใช้กระดาษแต่อย่างใด”
อนาคตภาพรวมของสื่อแมกกาซีนเมืองไทย จะมีการเติบโตแบบคู่ขนานระหว่างพรินต์ แมกกาซีน หรือนิตยสารที่ผลิตจากกระดาษ โดยพรินต์แมกกาซีนยังคงอยู่ในตลาดและเติบโตต่อไป เพราะจุดขายในด้านรูปลักษณ์ขนาดใหญ่ที่สามารถนำเสนอเรื่องราว ภาพ ได้อย่างจุใจกลุ่มเป้าหมายคนอ่านได้อย่างชัดเจน ขณะที่ E-Magazine ก็เป็นทางเลือกใหม่ที่มีลูกเล่นด้านมัลติมีเดีย ภาพและเสียงเคลื่อนไหวทั้งในส่วนที่นำเสนอเนื้อหา ภาพ และโฆษณา ทำให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์งานใหม่และดึงดูดใจผู้บริโภค พร้อมทั้งยังประหยัดต้นทุนการผลิต และสร้างผลกำไรและรายได้ให้กับผู้ผลิต เนื่องจากไม่ต้องใช้กระดาษและสต๊อกสินค้า อันเป็นต้นทุนหลักของผู้ผลิตจำต้องหมดไป และไม่ต้องผลิตเผื่อจำนวน โดยฉบับใดคนชอบก็สามารถดาวน์โหลดได้ไม่จำกัดจำนวน จำหน่ายได้มาก
โดยปัจจัยชี้ขาดว่า ทิศทางการตลาดของ E-Magazine จะเติบโตได้มากหรือน้อยขนาดใดขึ้นนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับคอนเทนต์ของนิตยสารอีกต่อไปแล้ว แต่อุปกรณ์ไฮเทคหรือฮาร์ดแวร์นั่นเป็นสำคัญ ไม่ใช่เป็นเรื่องคอนเทนต์แล้ว
ข้อดี
1. ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการทำ Magazine รูปแบบเดิม ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์และมีปริมาณขั้นต่ำ
2. ประหยัดเวลาในการจัดทำ เพราะ e-Magazine ใช้เวลาจัดทำสั้น ปกติไม่เกิน 1 สัปดาห์3. สามารถเข้าถึงได้จากทุกมุมโลก ทุกเวลาตลอด 24 ชม.
4. ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยขององค์กรของท่าน
5. สามารถค้นหาข้อมูลจากเนื้อหาภายในเล่มได้อย่างรวดเร็ว
6.แสดงหน้าทั้งหมดของนิตยสารแบบภาพขนาดเล็ก(Thumbnail) เพื่อให้เลือกแสดงหน้าที่ต้องการ และเลื่อนไปยังหน้าที่ต้องการอ่านได้ทันที
7. สามารถย่อขยายการแสดงผลทั้งตัวอักษรและภาพ เพื่อให้อ่านได้ง่ายและสบายตาขึ้น
8. สีสันลวดลายต่างๆ เจ้าของคอลัมน์สามารถแต่งแต้มนำเสนอได้อย่างเต็มที่
9. สามารถกำหนด URL ให้คลิกเพื่อไปเปิดเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง หรือประกอบกับแทรกภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลเสียง เพลง วิดีโอ clip ต่างๆ ที่เชื่อมต่อไปยังอินเตอร์เน็ตอย่าง YouTube ได้ หรือจะเป็นการแทรกเกมส์ หรือส่วนที่ต้องการตอบโต้กับผู้อ่านลงไปในเนื้อหาได้อย่างลงตัว
10. ค้นหาตำแหน่ง หรือหาเส้นทางไปยังสถานที่ซึ่งถูกอ้างอิงไว้ในเนื้อหาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมานี้เอง ทำให้การอ่านนิตยสารไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
ข้อเสีย
1. ต้องอาศัยพลังงานในการอ่านตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าหรือแบตตารี่ ไฟฟ้าดับหรือไม่มีแบตเตอรี่ก็จะไม่สามารถอ่านได้
2. เสียสุขภาพสายตา จากการได้รับแสงจากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์
3. ขาดความรู้สึก หรืออรรถรส หรือความคลาสสิค
การจัดทำ e-Magazine แบ่งเป็น 2 ประเภท
1. แบบ scan
บริการนี้เหมาะสำหรับลูกค้าที่มี Catalogue หรือแม็กกาซีน หรือจดหมายข่าวฉบับตีพิมพ์อยู่แล้ว และต้องการจัดทำเป็น e-Magazine อย่างง่ายๆ ราคาประหยัดโดยการจัดทำ e-Magazine วิธีนี้จะเป็นการนำภาพ scan มาปรับแต่งแสงสีสันให้คมชัด แล้วจึงนำมาทำเป็น e-Magazine
ค่าบริการเริ่มต้น สำหรับ e-Magazine ไม่เกิน 40 หน้า ราคาเพียง 3,000 บาท/ฉบับ
2 . แบบจัด Layout ใหม่ เพิ่มลูกเล่นด้วยภาพเคลื่อนไหว หรือภาพวีดีโอ
กรณีที่ลูกค้ามีข้อมูลที่ยังไม่พร้อมจัดทำเป็น e-Magazine ได้ทันที เช่น ข้อมูลแยกรูปภาพกับข้อความ หรือเป็นข้อมูลที่มีการรวบรวมมาจากเอกสารต่างๆ Numplus จะทำการจัดวาง layout ใหม่ให้สวยงาม และมีสอดคล้องกันทั้งฉบับ โดยลูกค้าอาจเลือกลูกเล่นเพิ่มเติมลงในหน้าต่างๆ ของ e-Magazine ได้ เช่น ภาพเคลื่อนไหว หรือพื้นที่แสดงวีดีโอ
ค่าบริการในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลและลูกเล่นที่จะใส่ลงไป โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเสนอ
